พิพิธภัณฑ์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาผู้มีความรู้ความสามารถด้านการบริหารและด้านเศรษฐกิจเพื่อช่วยพัฒนาประเทศ นับจากเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบครึ่งศตวรรษ สถาบันยังดำรงความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านการบริหารการพัฒนา  ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่เพียบพร้อมทั้งความรู้ทางวิชาการและคุณธรรม เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติ  ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันได้ปฏิบัติงานในระดับบริหารกระจายตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  ได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย

 

พิพิธภัณฑ์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

NIDA MUSEUM

 

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๙  เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการพัฒนาผู้มีความรู้ความสามารถด้านการบริหารและด้านเศรษฐกิจเพื่อช่วยพัฒนาประเทศ นับจากเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบครึ่งศตวรรษ สถาบันยังดำรงความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านการบริหารการพัฒนา  ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่เพียบพร้อมทั้งความรู้ทางวิชาการและคุณธรรม เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติ  ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันได้ปฏิบัติงานในระดับบริหารกระจายตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  ได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย

 

พัฒนาการของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันตระหนักในภารกิจซึ่งเป็นที่คาดหวังของผู้บริหารประเทศและประชาชน คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของสถาบันได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกอบรม การให้บริการวิชาการอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นจากพัฒนาการของสถาบันตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

 

ยุคก่อตั้ง (พ.ศ.๒๕๐๙-๒๕๑๙)

            รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ประกาศนโยบายเร่งรัดพัฒนาประเทศและกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๐๔  จำเป็นที่ต้องใช้นักบริหารในสาขาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาประเทศไปพร้อม ๆ กัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการบริหารราชการ จึงได้ขยายคณะรัฐประศาสน-ศาสตร์ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา แยกออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากมูลนิธิฟอร์ด (Ford Foundation)และความช่วยเหลือทางวิชาการจาก MUCIA (Midwest Universities Consortium for International Activities ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ อินเดียนา มิชิแกนเสตท วิสคอนซิน และมินนิโซต้า แห่งสหรัฐอเมริกา)โดยปรับปรุงและขยายงานเดิมของคณะรัฐ-ประศาสนศาสตร์ ฝ่ายฝึกอบรมข้าราชการ ฝ่ายวิจัย และฝ่ายห้องสมุด และยกฐานะของ ๓ ฝ่ายนี้ขึ้นเป็นสำนัก ได้รวมการสอนวิชาพัฒนาการเศรษฐกิจและวิชาสถิติประยุกต์ ซึ่งขณะนั้นดำเนินการโดยสภา

พัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติและสำนักงานสถิติแห่งชาติเข้าไว้ แล้วขยายเป็นคณะวิชาระดับปริญญาโท

*บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ สำนักบรรณสารการพัฒนา

 

และจัดตั้งคณะบริหารธุรกิจระดับปริญญาโทเพื่อผลิตนักธุรกิจระดับผู้จัดการซึ่งเป็นการรับช่วงจากการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีทางการบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยในประเทศไทยดำเนินการอยู่ ๓ แห่งด้วยกัน

นับตั้งแต่สถาปนา สถาบันได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านการบริหารการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการจัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาการบริหารการพัฒนา การฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ คณาจารย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการสำคัญและทำการวิจัยให้แก่หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ การเป็นผู้นำทางวิชาการโดยการจัดพิมพ์หนังสือ”ใครเป็นใครในประเทศไทย” และ “ชีวประวัติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”เป็นครั้งแรกในประเทศ และริเริ่มการสำรวจประชามติภายใต้ชื่อ”นิด้าโพล” เป็นแห่งแรก สถาบันให้ความสำคัญแก่การมีส่วนร่วมในการบริหารสถาบันด้วยการจัดให้มีการสรรหาอธิการบดีและเปิดโอกาสให้ประชาคมแสดงมติเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของผู้ได้รับการสรรหา

 

ยุคสร้างสรรค์และพัฒนา (พ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๒๙)

          สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ปรับเปลี่ยนเข้าสู่บริบทใหม่ทั้งด้านความก้าวหน้าทางวิทยาการ การสร้างเครือข่ายเพื่อความรู้แก่สังคม การให้ความสำคัญแก่การสื่อสาร และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เริ่มด้วยการเปิดโครงการปริญญาเอกสองสาขาคือ สาขาประชากรและการพัฒนา (ปีการศึกษา ๒๕๒๕) และ สาขาการบริหารการพัฒนา (ปีการศึกษา ๒๕๒๗) ต่อมาได้จัดตั้ง  “ศูนย์บริการวิชาการ”(พ.ศ.๒๕๒๐) เพื่อให้คณาจารย์ของสถาบันให้บริการด้านการให้คำปรึกษาการจัดวางระบบงาน การวิจัย การฝึกอบรมแก่หน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศ

            แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ห้า (พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙) ได้กำหนดวัตถุประสงค์ประการหนึ่งว่า ต้องการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจออกไปในภูมิภาค เพื่อสนองนโยบายดังกล่าว สถาบันได้ร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย ดำเนินการฝึกอบรมนักธุรกิจภาคเอกชนในส่วนภูมิภาค เรียกว่า โครงการ “NIDA IMET” โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักธุรกิจภูมิภาคสามารถมองภาพรวมและผลกระทบทางเศรษฐกิจ การเมือง และธุรกิจซึ่งมีความสัมพันธ์กัน และสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมต่อสังคม นอกจากนี้ สถาบันเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสารทางโทรทัศน์ซึ่งเป็นเครื่องมือกระจายข้อมูลที่สำคัญ คณาจารย์ของสถาบันและของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นพ้องกันว่าควรมีการยกระดับมาตรฐานของการโฆษณาในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น จึงได้ร่วมกันจัดประกวดโฆษณายอดเยี่ยมประจำปี ๒๕๑๙ (Top Ten TV Commercial ๑๙๗๖) ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๒๔ ได้ขยายขอบข่ายเป็น การประกวดโฆษณายอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย (Top Advertising Contest of Thailand Awards)หรือเรียกโดยย่อว่า TACT Awards โดยมีคณาจารย์จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเข้าร่วมดำเนินการด้วย

สถาบันตระหนักดีว่านักบริหารในสังคมสารสนเทศจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผนและการวินิจฉัยสั่งการเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่จำเป็นต่อการดำเนินงานอย่างทันเวลา และเพื่อแลกเปลี่ยนสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว สถาบันจึงได้ร่วมมือกับบริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด จัดตั้ง “ศูนย์การศึกษาระบบสารสนเทศ”(Information Systems Education Center – ISEC พ.ศ.๒๕๒๗) และยกสถานะเป็นสำนักการศึกษาระบบสารสนเทศ ปัจจุบันได้ขอพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “สำนักสิริพัฒนา”(Siripattana Training Center)ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2555 ศูนย์ดังกล่าวทำให้สถาบันขยายบทบาทไปสู่การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารการพัฒนา

 

ยุคขยายโอกาสทางการศึกษา (พ.ศ.๒๕๓๐-๒๕๓๙)

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้ขยายขอบข่ายการศึกษาให้กว้างขวางสอดคล้องกับความต้องการของสังคมและวัตถุประสงค์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๗ (พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๙) รวมทั้งเน้นบทบาทในการเป็นสถาบันการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ เริ่มด้วยคณะรัฐประศาสน-ศาสตร์ได้เปิดหลักสูตรปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์สำหรับนักบริหารภาคพิเศษเป็นหลักสูตรแรก โดยเปิดรับนักศึกษารุ่นที่ ๑ ในภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๓๐ วัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานและอยู่ในสายงานอาชีพนักบริหารที่ประสงค์จะเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการบริหารได้มีแหล่งศึกษาต่อ หลักสูตรดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริหารจำนวนมาก  ต่อมาในปีการศึกษา ๒๕๓๓ ได้เปิดหลักสูตรปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์สำหรับผู้บริหารภาคพิเศษในส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรกในสองจังหวัดคือ จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดนครราชสีมา และขยายเพิ่มเติมไปยังจังหวัดอื่น ๆ อาทิ สุราษฎร์ธานี สงขลา(หาดใหญ่) อุบลราชธานี ลำปาง และคณะที่เปิดหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษในส่วนภูมิภาคตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๓๔ และยังดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน คือหลักสูตรปริญญาโททางพัฒนาสังคมภาคพิเศษ ของคณะพัฒนาสังคม (ปัจจุบันคือคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม)

ปีการศึกษา ๒๕๓๕ สถาบันได้ร่วมโครงการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกสาขาการบริหารธุรกิจกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Joint Doctoral Business Administration ชื่อย่อว่า JDBA)โดยมอบให้คณะบริหารธุรกิจรับไปดำเนินงาน ต่อมาได้ขยายการศึกษาไปยังจังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดศูนย์การศึกษาสีคิ้วเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๘

 

ยุคสร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง (พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๕๔)

          สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้ลดภารกิจด้านการเรียนการสอนหลักสูตรภาคพิเศษลงและมุ่งภารกิจด้านการวิจัยและด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายทศวรรษ  เริ่มตั้งแต่

ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ซึ่งอยู่ในช่วงการบริหารงานของอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์  มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้

           

ด้านวิชาการ

๑)      การปรับปรุงระเบียบการให้ทุนวิจัยสมบูรณ์แบบเพื่อให้คณาจารย์และบุคลากรของสถาบันได้

พัฒนาองค์ความรู้และผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง เป็นประโยชน์ต่อการเรียน การสอนในสาขาต่าง ๆ ของสถาบัน และส่งเสริมให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ

๒)     การประกวดวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก เพื่อส่งเสริมการศึกษา

ด้านพัฒนบริหารศาสตร์ให้เป็นที่แพร่หลายในวงกว้าง และเป็นการพัฒนาผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทั้งสองระดับ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ในขณะเดียวกันได้ส่งเสริมการจัดสัมมนาวิชาการประจำปี (จัดในวันสถาปนาสถาบัน ๑ เมษายน ของทุกปี) และการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานทางวิชาการและเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น

๓)      การเปิดหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกหลายสาขา อาทิ หลักสูตรปริญญาโทสาขา

เศรษฐศาสตร์การเงิน ของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ การสื่อสารประยุกต์ ของคณะภาษาและการสื่อสาร การจัดการโลจิสติกส์ ของคณะสถิติประยุกต์ กฎหมายสำหรับนักบริหาร ของคณะนิติศาสตร์ การจัดการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ คณะการจัดการการท่องเที่ยว ส่วนหลักสูตรปริญญาเอก เช่น  การเงินเป็นหลักสูตรนานาชาติ ของคณะบริหารธุรกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ เป็นหลักสูตรนานาชาติ ของคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภาษาและการสื่อสาร เป็นหลักสูตรนานาชาติ ของคณะภาษาและการสื่อสาร

            การเรียนการสอน

๑)     การส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์จัดทำกรณีศึกษาเพื่อพัฒนาและเป็นแนวทางไปสู่การ

เรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษาของสถาบันต่อไป

๒)     การส่งเสริมการจัดทำ e-Learning (เริ่มในปี พ.ศ.๒๕๕๑) เพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษาใช้

เป็นเครื่องมือเสริมในการบริหารจัดการการเรียนการสอน โดยคณาจารย์และนักศึกษาได้เตรียมการล่วงหน้า และใช้เวลาในชั้นเรียนซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งนักศึกษาได้ใช้ทบทวนบทเรียน

โครงการพัฒนาสู่การเป็น World Class ทางด้านเทคโนโลยี และห้องสมุด

๑)     สถาบันได้ริเริ่มโครงการพัฒนาสถาบันเพื่อเป็นสถาบันการศึกษาระดับโลกโดยมุ่งเน้นการ

พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการขยายงาน ยกระดับการให้บริการเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ อาทิ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ระบบคลังข้อมูล

และระบบสนับสนุนผู้บริหาร (Data Warehouse และ BI) ระบบสารสนเทศเพื่อการติดตามการเข้าร่วมกิจกรรมและการใช้ทรัพยากรของบุคลากรและนักศึกษา (Activity and Resource Tracking) ระบบบริหารโครงการและงบประมาณ (Budget and Project Management)

             ๒)  การพัฒนาห้องสมุดให้เป็น Living and Digital Library ทั้งนี้เพื่อรองรับการศึกษานานาชาติซึ่งสถาบันได้เปิดวิทยาลัยนานาชาติขึ้น (เริ่มปรับกายภาพห้องสมุดในเดือนเมษายน ๒๕๕๓ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ วันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔)

การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์

สถาบันได้พัฒนา ปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงหลายประการด้วยความมุ่งมั่นเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นนานาชาติและการเป็นสถาบันการศึกษาระดับโลก  สถาบันได้กำหนดค่านิยมใหม่คือ “สร้างปัญญา เพื่อการเปลี่ยนแปลง” หรือ WISDOM for Changeซึ่งการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดในช่วงการบริหารงานของศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ โดยมีแนวคิดในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานแนวพระราชดำริในการจัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงเพื่ออบรมวิชาเศรษฐกิจ ตลอดจนวิชาการบริหารสำหรับผู้ที่จะมีหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อเชิดชูบทบาทของคณาจารย์และนักศึกษานิด้าซึ่งมีส่วนสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศ อธิการบดีได้มอบนโยบายให้ผู้อำนวยการสำนักบรรณสารการพัฒนาในขณะนั้นคือ รองศาสตราจารย์ ดร.ระวีวรรณ เอื้อพันธ์วิริยะกุล แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดรายละเอียดการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (คำสั่งสถาบันที่ ๕๕๐/๒๕๕๓ วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓) คณะกรรมการฯ ด้จัดการประชุมรวมทั้งสิ้น ๔ ครั้ง และได้จัดเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๔ หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ ได้จัดทำข้อกำหนดและขอบเขตงานจ้างเหมาออกแบบ พร้อมจัดหา จัดทำและประกอบติดตั้ง งานตกแต่งภายใน งานจัดนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ๑ ชุด และ คณะกรรมการตรวจการจ้าง ๑ ชุด (คำสั่งสถาบันที่ ๓๙๓/๒๕๕๕ วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕) คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่นำเสนอแบบพร้อมแนวคิดตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งบริษัทซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ได้รับคัดเลือก

วัตถุประสงค์การก่อตั้ง
            ๑.  เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในด้านการศึกษา

๒.     เพื่อให้สังคมเห็นถึงความมีบทบาทสำคัญของสถาบัน กับการพัฒนาประเทศตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

๓.      เพื่อเป็นพื้นที่จัดแสดงเอกสาร หลักฐานที่สะท้อนถึงเกียรติภูมิของสถาบันในการมีส่วน

ร่วมพัฒนาประเทศ

เนื้อหาของพิพิธภัณฑ์

          การนำเสนอเนื้อหาแบ่งออกเป็น ๓ โซน ดังนี้

โซนที่ ๑ จากพระราชปณิธาน สู่สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศ

นำเสนอแนวพระราชดำริอันเป็นที่มาของการก่อตั้งสถาบัน  ความสนพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและบุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมในการบุกเบิกก่อตั้งสถาบัน รวมทั้งความร่วมมือและความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อาทิ นายเดวิด รอกกิเฟลเลอร์  ดร.สเตซีย์ เมย์ และมูลนิธิฟอร์ด

            นำเสนอด้วยเทคนิค Transparent Display  คือการผสมผสานเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอผ่านวัตถุที่จัดแสดง ควบคู่ไปกับอินเทอแรคทีฟ (Interactive)

โซน  ๒ ประวัติศาสตร์สังคมไทย ประวัติศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

นำเสนอประวัติศาสตร์ของสถาบันควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์สังคมไทย โดยแบ่งเป็น ๕ ทศวรรษ เสนอผ่านวิดีทัศน์  ๒๐ เรื่องได้แก่

๑)     ทศวรรษที่ ๑(พ.ศ. ๒๕๐๙-๒๕๑๘) มีเหตุการณ์สำคัญ คือ

-                   ๑๔ ตุลาคม ประชาชน ประชาธิปไตย  เหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และการเสียชีวิตของนายจีระ บุญมาก นิสิตปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจของสถาบัน

-                   บุกเบิกสถาบัน  ผู้มีส่วนในการก่อตั้งสถาบัน อาทิ ศาสตราจารย์ บุญชนะ อัตถากร ศาสตราจารย์ ดร.มาลัย หุวะนันทน์ ศาสตราจารย์ ดร.ชุบ กาญจนประกร และท่านอื่น ๆ

-                   ประชาธิปไตยเบ่งบาน สรรหาอธิการบดีโดยคนในสถาบัน  การสรรหาและให้บุคลากรของสถาบันลงคะแนนเสียงเลือกอธิการบดีเป็นครั้งแรกของสถาบันและของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

-                   นิด้าโพล กระบอกเสียงสะท้อนสังคม  การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๑๘ และการพัฒนานิด้าโพลในปัจจุบัน

๒)     ทศวรรษที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๒๘) มีเหตุการณ์สำคัญ คือ

-                   วิชาการเพื่อสังคม  การก่อตั้งศูนย์บริการวิชาการซึ่งเป็นศูนย์บริการวิชาการแห่งแรกของสถาบันการศึกษาชั้นสูงในประเทศไทย

-                   TACT Awards  ค้นหา ยกระดับโฆษณาไทย  การก่อตั้ง TACT Awardsด้วยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

-                   NIDA IMET สร้างเครือข่ายในภูมิภาค  โครงการ NIDA IMET ซึ่งเปิดอบรมนักธุรกิจในส่วนภูมิภาค มีการจัดอบรมต่อเนื่องกัน ถึง ๘ รุ่น ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๔

๓)     ทศวรรษที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๒๙-๒๕๓๘)มีเหตุการณ์สำคัญ คือ

-                   ฝึกอบรมเพื่อพัฒนา  การฝึกอบรมเป็นภารกิจสำคัญตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบัน ต่อมาได้จัดตั้งสำนักฝึกอบรมเพื่อทำหน้าที่ฝึกอบรมให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน บทบาทดังกล่าวยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

-                   วิจัยเพื่อต่อยอดความรู้  การวิจัยเป็นภารกิจสำคัญอีกภารกิจหนึ่งของสถาบัน วัตถุประสงค์เพื่อให้คณาจารย์ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ เพิ่มพูนองค์ความรู้ และนำไปพัฒนาการเรียนการสอน และให้บุคลากรได้นำความรู้ไปพัฒนางานที่รับผิดชอบ

-                   ศูนย์ข่าวจีระ บุญมาก  การก่อตั้งศูนย์ข่าว จีระ บุญมาก เพื่อประสานงานตามหาบุคคลที่สูญหายในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕

-                   ขยายโอกาสทางการศึกษา  การเปิดหลักสูตรภาคพิเศษของสถาบันทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อช่วยให้ผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้แต่ไม่สามารถเข้าเรียนในภาคปกติได้

๔)     ทศวรรษที่ ๔ (พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๔๘)มีเหตุการณ์สำคัญ คือ

-                   ศูนย์การศึกษาสีคิ้ว  การก่อตั้งศูนย์การศึกษาสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นศูนย์การศึกษาแห่งเดียวที่มีอาคารเรียนของตนเอง

-                   ค่า FT  ศาสตราจารย์ ดร.ธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ และ รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิต หล่อจีระชุณห์กุล อาจารย์ของสถาบัน ได้เสนอสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า FT) ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับเปลี่ยนไปตามต้นทุนที่เป็นจริง

-                   พอเพียงอย่างเพียงพอ  การก่อตั้งศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงในปีพ.ศ.๒๕๔๗ เพื่อเผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้บุคลากรของสถาบัน และเผยแพร่สู่สังคม

-                   ประกันต้นทุนการผลิตเพื่อชาวนาไทย  ศาสตราจารย์ ดร.ธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ และคณะวิจัยได้เสนอแนวทางประกันต้นทุนการผลิตเพื่อช่วยเหลือชาวนา เมื่อผลผลิตเสียหายจากภาวะน้ำท่วมหรือฝนแล้ง

๕)     ทศวรรษที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๔๙-ปัจจุบัน)มีเหตุการณ์สำคัญ คือ

-                   โตไปไม่โกง  โครงการโตไปไม่โกง ซึ่งสถาบันดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อทำหลักสูตรการเรียนการสอนที่สร้างค่านิยมใหม่ให้ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่นและกลโกงทุกรูปแบบ

-                   โครงการปริญญาเอกและวิทยาลัยนานาชาติ  การเปิดสอนระดับปริญญาเอกและวิทยาลัยนานาชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการเป็นสถาบันการศึกษาระดับโลก

-                   Living Library  การปรับกายภาพของสำนักบรรณสารการพัฒนา ให้เป็นห้องสมุดที่ทันสมัย มีสภาพแวดล้อมสะดวกสบาย และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในยุคดิจิตอล

-                   WISDOM for Change  เป็นแนวทางการพัฒนาสถาบันสู่มาตรฐานระดับโลก โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน อาคาร สถานที่ และสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

โซน ๓  สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง

นำเสนอแนวคิดในการบริหารสถาบันของอธิการบดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และแนวทางการ

พัฒนาสถาบันในอนาคต ผ่านจอขนาดใหญ่ และโซนนี้มีเสาแห่งปัญญาให้ผู้ชมได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและโพสต์ขึ้นเฟซบุคของพิพิธภัณฑ์

            พิพิธภัณฑ์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้ามิวเซียมตั้งอยู่ที่ ชั้น ๒ อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ เปิดให้ชมในวันราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๓๐ น. ขอเชิญชวนคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้ที่สนใจมาร่วมชื่นชมกับเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ของสถาบันที่ได้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการริเริ่ม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับสังคมไทยมาโดยตลอด

 

บรรณานุกรม

กรมวิเทศสหการ.  ๒๕๐๙.  กำเนิดสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  พระนคร: กรมวิเทศสหการ. 

๓๙๒ หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๒๙.  ครบรอบ ๒๐ ปี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

กรุงเทพมหานคร:สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๗๖ หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๓๓.  ๒๕๐๙-๒๕๓๓ ยี่สิบสี่ปีแห่งการสถาปนา.

กรุงเทพมหานคร:สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๖๐ หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๔๕.  ๓๖ ปี สพบ.  กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒน

                  บริหารศาสตร์. ๒๔๕  หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๔๙.  ๔ ทศวรรษ พัฒนบริหาร.  กรุงเทพมหานคร: สถาบัน

บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๑๖๘ หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๕๔.  สร้างปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง.  กรุงเทพมหานคร:

                  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๘๘  หน้า.

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๒๕๕๖.  ผลงานการบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

              ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๖.  กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.  ๑๕๕  หน้า.

 

บทความ  โดย : พรทิพย์   โรจนพิทยากร


DSPACE

NIDA Library

FaceBook

NIDA Site